เจาะ Insight Thai & Myanmar: ส่องพฤติกรรมการเสพข่าวสารของคนรุ่นใหม่ในไทยและเมียนมา
ในยุคที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นเหมือนหนังสือพิมพ์ประจำตัวของทุกคน พฤติกรรมการเสพข่าวสารของผู้คนก็ได้เปลี่ยนแปลงไปด้วย จากการเปิดหน้าหนังสือพิมพ์ตอนเช้า สู่การเลื่อนฟีดบน TikTok, Facebook หรือ YouTube
ปัจจุบันแพลตฟอร์มเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นแค่ช่องทางบันเทิง แต่กลายเป็น ‘ศูนย์กลางข่าวสาร’ ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้และความคิดเห็นของผู้คนมากกว่าสื่อแบบดั้งเดิม โซเชียลมีเดียจึงไม่ได้เป็นแค่ช่องทางสื่อสาร แต่มันกำลัง ‘ออกแบบ’ วิธีที่ผู้คนรับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในประเทศอย่างไทยและเมียนมา ที่คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาเชื่อมต่อกับโลกรอบตัวผ่านหน้าจอมือถือ มากกว่าหน้าหนังสือพิมพ์หรือทีวี
ทำความเข้าใจพฤติกรรมการเสพข่าวของคนไทยและเมียนมาในปี 2025
ข้อมูลจาก Reuters Institute Digital News Report 2025 ระบุว่าปัจจุบันคนไทยในช่วงวัย 18 – 34 ปีกว่า 63% เลือกใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางหลักในการรับข่าวสาร โดย 43% ชอบการดูข่าวออนไลน์ ในขณะที่ 32% ชอบการอ่านข่าวมากกว่า
ปัจจัยเช่นนี้ทำให้อุตสาหกรรมข่าวไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ซึ่งส่งผลให้รายได้โฆษณาลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้เสพข่าวจำนวนมากย้ายไปยังแพลตฟอร์มสตรีมมิงและโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok, Facebook และ YouTube ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูง โดยเฉพาะ TikTok ที่มีผู้ใช้ในไทยเสพข่าวสูงสุดในโลกถึง 49% ต่อสัปดาห์
แนวโน้มเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นในเมียนมา ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่า 33 ล้านคน หรือราว 61% ของประชากรทั้งประเทศ และกว่า 79% ของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมาจากมือถือ พฤติกรรมของผู้ใช้งานชัดเจนว่าให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียเป็นหลัก โดยเฉพาะ Facebook ที่ยังครองอันดับ 1 ด้วยจำนวนผู้ใช้กว่า 21 ล้านคน รองลงมาคือ TikTok ซึ่งมีผู้ใช้มากถึง 16.6 ล้านคน สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ในเมียนมาเองก็กำลังหันมาเสพข้อมูลข่าวสารผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอและมือถือมากขึ้น เช่นเดียวกับในประเทศไทย

การเปลี่ยนแปลงและการกำเนิดของ Influencer สายผู้ให้ข้อมูล
ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนพฤติกรรมการเสพข่าวของผู้คนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมข่าวสารในระดับลึก สื่อข่าวแบบดั้งเดิมกำลังถูกท้าทายโดย ‘ผู้มีอิทธิพลข่าวบนโลกออนไลน์’ ที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการผลิต คัดกรอง และส่งต่อข้อมูลข่าวสารไปยังกลุ่มผู้ติดตามโดยตรง
สิ่งนี้ทำให้รูปแบบของข่าวในยุคปัจจุบันถูกปรับให้สั้น กระชับ และมีปฏิสัมพันธ์สูง เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้ใช้ที่อยู่บนแพลตฟอร์มโซเชียลอย่าง TikTok, Facebook และ YouTube มากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ผู้บริโภคเริ่มหันมาเชื่อข้อมูลจากคนที่ไว้ใจหรือ ‘Influencer’ มากกว่าสื่อหลัก ทำให้บทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ในยุคนี้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่สายไลฟ์สไตล์ แต่ยังขยายไปสู่บทบาทของ ‘ผู้ให้ข้อมูล’
โอกาสของแบรนด์ในการส่งข่าวสารสู่กลุ่มเป้าหมายที่ใช่
กระแสการเสพข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ไม่ได้เป็นเพียงความท้าทายของสื่อดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ให้กับแบรนด์ที่มีข่าวสารหรือเรื่องราวที่อยากบอกเล่า ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญใหม่ ๆ ความเคลื่อนไหวขององค์กร หรือแนวคิดที่ต้องการจุดประกายสังคม
ในยุคที่ผู้คนเปิดรับข่าวจาก TikTok, Facebook และ YouTube เป็นหลัก แบรนด์ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสื่อมวลชนแบบดั้งเดิมอย่างเดียวอีกต่อไป แต่สามารถเลือกใช้ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือ Influencer ที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อส่งต่อข่าวสารไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยตรงได้ ซึ่งการสื่อสารแบบนี้ไม่เพียงเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่ยังสร้าง ‘อารมณ์ร่วม’ และ ‘ความผูกพัน’ กับกลุ่มเป้าหมายได้ดีอย่างที่สื่อแบบดั้งเดิมไม่อาจทำได้
และถ้าหากแบรนด์ของคุณกำลังมองหา Insight ในการเจาะลึกพฤติกรรมผู้บริโภคในไทย กลุ่มประเทศ CLMV หรือช่องทางและรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายยุคใหม่อยู่ล่ะก็ Happio ที่มีความเชี่ยวชาญในตลาด CLMV ทั้ง Activation และ Digital Marketing ก็พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยผลักดันแบรนด์ของคุณให้สื่อสารได้ตรงใจ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จริง เพราะเราเชื่อว่า ‘การสื่อสารที่ใช่’ สามารถเปลี่ยนโอกาสธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืนได้จริง
References :
– https://reutersinstitute.politics.ox.ac.uk/digital-news-report/2025/thailand
– https://datareportal.com/reports/digital-2025-myanmar
