เจาะตลาดขนมและเครื่องดื่ม CLMV: โอกาสทองของแบรนด์ FMCG ไทยในปี 2025
เมื่อพื้นที่การเติบโตในตลาด FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) ไทยเริ่มแคบลง ปัจจุบันหลายแบรนด์ต่างก็เริ่มหันมามองหาโอกาสในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง ด้วยเหตุนี้ตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) จึงได้กลายมาเป็นหมุดหมายสำคัญที่แบรนด์ FMCG จากประเทศไทยไม่ควรมองข้าม
ด้วยศักยภาพของตลาด CLMV ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ความคุ้นเคยต่อสินค้าไทย และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ทำให้ “ขนมและเครื่องดื่ม” กลายเป็นหมวดหมู่สินค้าที่มีโอกาสเจาะตลาด CLMV ได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน
ปี 2025 จึงกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับแบรนด์ FMCG ไทย เมื่อการอยู่ในเซฟโซนเดิม ๆ ของตลาดไทยเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แบรนด์ไทยที่พร้อมจะก้าวข้ามพรมแดนก่อนใครจะได้เปรียบในการสร้างตำแหน่งใหม่ในตลาด CLMV ที่เต็มไปด้วยศักยภาพ
ภาพรวมตลาด FMCG ในภูมิภาค CLMV
ปัจจุบันตลาดขนมและเครื่องดื่มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ เช่นกลุ่มคนรุ่น Millennials และ Gen Z ในเวียดนามที่ชื่นชอบขนมขบเคี้ยวที่มีรสชาติที่เข้มข้นและมีเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดขนมขบเคี้ยวของเวียดนามนั้นจะเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 14.71% ในปี 2570 ส่วนตลาดอาหารและเครื่องดื่มในประเทศกัมพูชานั้นมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดขยายตัวถึง 6.3% ภายในปี 2025 โดยมีแนวโน้มไปที่ขนมเฉพาะกลุ่ม เช่น ขนมขบเคี้ยวอบกรอบ และถั่วอบ
สำหรับตลาดน้ำอัดลมในลาวนั้นคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 9.9% ต่อปีในช่วงปี 2025 – 2030 โดยปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของเมือง รายได้ของประชากรที่สูงขึ้นในเมืองอย่างเวียงจันทน์ และความนิยมในแบรนด์ต่างประเทศในกลุ่มคนรุ่นใหม่ การขยายของร้านค้าปลีกสมัยใหม่และร้านสะดวกซื้อยังช่วยให้เข้าถึงสินค้าประเภทนี้ได้มากขึ้น
เช่นเดียวกับตลาดขนมในเมียนมาซึ่งคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.1% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของเมือง วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป และรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเมืองอย่างย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ ผู้บริโภคเริ่มมองหาขนมพรีเมียมจากต่างประเทศ หรือขนมที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

โอกาสทองของแบรนด์ FMCG ไทย บุกตลาด CLMV อย่างไรให้ตรงใจผู้บริโภค
แบรนด์ FMCG ไทยยังได้เปรียบด้านภาพลักษณ์ในสายตาผู้บริโภค CLMV ซึ่งมองว่าสินค้าไทยมีมาตรฐานคุณภาพดี ทันสมัย และเชื่อถือได้ ทำให้การทำตลาดเชิงรุกในช่วงนี้ถือเป็น “ช่วงเวลาทอง” ที่สามารถสร้าง Brand Loyalty ได้ในระยะยาว
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่แบรนด์ FMCG ไทยควรเร่งดำเนินการคือ การขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน E-commerce และ Modern Trade ของแต่ละประเทศ ควบคู่ไปกับการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึก เพื่อสร้างความเข้าใจในตลาด CLMV อย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคด้านวัฒนธรรม ภาษา การกระจายสินค้า และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน
นอกจากช่องทางค้าปลีกและออนไลน์แล้ว ‘Influencer Marketing’ ยังเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มการรับรู้แบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในตลาด CLMV โดยเฉพาะในเมียนมาและกัมพูชา ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจกับคอนเทนต์จาก KOLs และ Creator ท้องถิ่นเป็นอย่างมาก การเลือกใช้ Influencer ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์จะช่วยเพิ่มการมองเห็นของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
เพื่อให้กลยุทธ์เหล่านี้เกิดผลได้จริง การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจในบริบทของแต่ละประเทศจึงถือเป็นสิ่งที่จำเป็น Happio ในฐานะของบริษัท Activation & Digital Marketing Agency ที่เชี่ยวชาญตลาด CLMV พร้อมช่วยให้แบรนด์ไทยเดินหน้าลุยตลาด CLMV ได้อย่างมั่นใจ ด้วยทีมงาน Local ในพื้นที่ที่มีความเข้าใจในวัฒนธรรมและพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดย Happio นั้นพร้อมให้บริการคุณตั้งแต่การวางกลยุทธ์การตลาด การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการทำแคมเปญ Offline/Online แบบครบวงจร
หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่ตลาด CLMV อย่างมั่นใจอยู่ล่ะก็ Happio พร้อมเดินไปกับคุณในทุกก้าวของการเติบโต!
อ้างอิง :
Vietnam Savory Snacks Market (2025-2031) | Trends, Outlook & Forecast
Laos Carbonated Soft Drinks Market 2025 – StrategyHelix Ltd.
