ปิ๊ง! หลอดไฟเด้ง อยากคิดอะไรไอเดียก็แวบขึ้นมาในหัวได้ทันที ถ้าเอาตามที่เห็นก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น แต่ทุกอย่างมันมีเบื้องลึกเบื้องหลังของมันอยู่และไอเดียก็เป็นสิ่งที่ใช้แล้วสามารถหมดไปได้เหมือนกัน ถ้าเราใช้มันอย่างไม่ระมัดระวังก็จะเกิดเป็นอาการ ไอเดียตัน อย่างที่เรารู้นั่นแหละ วันนี้เราจะมาดูกันว่ามีเทคนิคอะไรบ้างที่จะช่วยให้สมองของเรากลับมามีไอเดียโลดแล่นอีกครั้ง

ถ้าคิดอะไรไม่ออกเลย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า.. ไอเดียตัน

..ข้อมูลของเรายังไม่พอที่จะตกผลึกเป็นไอเดียได้ มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก หลายคนพยายามคิดอย่างหนักจากข้อมูลที่มีเพียงหยิบมือเดียว แน่นอนว่าเราไม่สามารถสร้างบ้านจากทรายเม็ดเดียวได้ แถมข้อเสียของการดันทุรังคิดแบบนี้ยังทำให้สมองเกิดความเครียดซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย ดังนั้นอันดับแรกที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมตัวและหาข้อมูลมากองรวมกันให้มากที่สุดเอาไว้ก่อน

แหล่งหาข้อมูลที่สำคัญ

  • Google ใช้เป็นกันอยู่แล้วเนอะ ลองหาบทความที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรากำลังคิดมาก่อน 2–3 บทความ เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น แนะนำว่าอย่าอ่านมากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดภาวะข้อมูลล้น และจะเริ่มขัดขวางความคิดสร้างสรรค์ของเรา
  • Pantip บอร์ดยอดนิยมของไทย ใครอยากรู้เรื่องอะไรมีข้อมูลให้พร้อมทุกอย่าง จุดเด่นอยู่ที่จะได้ Insight ของ User จริงๆ แต่ต้องระวังเรื่องข้อมูลที่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงด้วย
  • กลุ่มใน Facebook การเข้ากลุ่มเพื่อเข้าไปดูปัญหาจาก User ก็เป็นอีกวิธีที่จะได้ข้อมูลแบบเชิงลึกถึงลูกถึงคนในแบบที่ว่า ถ้าจับ 1 ในกลุ่มนั้นมาซักคนเพื่อขายสินค้าที่เขาสนใจ เขาจะกลายเป็นยอดนักขายที่หาตัวจับยากเลยทีเดียว

ทีนี้ลองเพิ่มเทคนิคช่วยกระตุ้นไอเดียอีกหน่อย

ไอเดียตัน
  • คิดให้เกินเบอร์ไว้ก่อน โยนตรรกะทุกอย่างออกไป ยิ่งแฟนตาซีมีม้ายูนิคอร์นหลายตัวยิ่งดี โดยขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า “สมมติว่า..” หรือ “จะเป็นยังไงถ้า..” แล้วก็ใส่คำขยายแปลกๆ ลงไป เช่น มีพลังพิเศษ ใหญ่ขึ้นล้านเท่า เกิดขึ้นเมื่อพันปีก่อน อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ ฯลฯ และจบกระบวนการนี้ภายใน 10 นาที หลังจากจดทุกไอเดียลงไปแล้ว หยิบตรรกะขึ้นมาเกลาจากไอเดียที่มีอยู่ จะช่วยให้ไอเดียของเราสดใสน่ามองได้มากกว่าเดิม
  • ลองเป็นศัตรูกับตัวเอง คิดด้านตรงข้าม การหาข้อมูลมาอย่างแน่นมาสนับสนุนความคิดของตัวเองอย่างเต็มที่เป็นเรื่องที่ดี แต่บางทีก็ทำให้เรามองเห็นแค่มุมเดียวและปิดกั้นแนวคิดอื่นๆ ทีนี้ลองฝึกเป็นพรรคฝ่ายค้านกันดู จะทำให้เราเห็นข้อบกพร่องในไอเดียของตัวเองมากขึ้น
  • จับนู่นผสมนี่ การคิดเป็นแนวนอนทำให้ทุกอย่างเป็นเส้นตรงน่าเบื่อ ทีนี้ลองคิดเป็นสถานการณ์แปลกๆ โดยเริ่มจากการฝึกแต่งนิทานทุกวัน โดยจับ 2 สิ่งที่สุ่มขึ้นมาเล่าต่อกันให้จบ แล้วจะพบความเป็นไปได้ที่น่าตกใจ ทีนี้พอมาในสนามจริงก็เอาเรื่องที่ดูท่าว่าน่าจะไปด้วยกันไม่ได้มาจับกลุ่มกันแล้วจินตนาการดู บางทีเราอาจจะพบนวัตกรรมใหม่เป็นคนแรกเลยก็ได้
ไอเดียตัน
  • ยังไงก็ยังคิดไม่ออกก็จบ! พอ! พักไปทำอย่างอื่นเถอะ ถ้าเริ่มรู้ตัวว่าจมกับเรื่องเดิมนานกว่า 1 ชั่วโมงแล้วล่ะก็ให้ออกไปทำอย่างอื่นได้แล้ว อาจลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือออกไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยหัวข้อไร้สาระก็ได้ ทำยังไงก็ได้ให้ลดความเครียดลงเพราะยังไงสมองของเราก็ไม่สามารถจดจ่อได้มากกว่านี้อยู่แล้ว

เพราะไอเดียไม่ได้เกิดขึ้นแบบงงๆ แต่มีกระบวนการที่เกิดจากการรับข้อมูลข่าวสารและตั้งคำถามอยู่เป็นประจำ ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสควรฟังให้เยอะ เพื่อจะได้รู้ให้ลึกและกว้างพอ บางทีไอเดียที่สุดยอดอาจมาในช่วงเวลาที่เราคาดไม่ถึงก็ได้

 

ฝากติดตาม blog อื่นๆใน Happioteam ด้วยครับ
blog.happioteam.com

 

Facebook Comments
สามารถติดต่อเรา เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับ
Marketing, Design, Web และ Application ได้ที่
  Call Us   Messenger

Myanmar Media Landscape in 2019

เด็กจบใหม่เป็น planner ได้ไหม

เด็กจบใหม่เป็น planner ได้ไหม?

สิ่งที่ project manager ใช้วางแผน

สิ่งที่ Project Manager ใช้วางแผนและควบคุม Project

การตลาดแบบโจโจ้ เทคนิคปั้นแบรนด์ดังข้ามศตวรรษ

โทนสีจากหนัง Stranger things

โทนสีจากหนัง Stranger things ซีรี่ส์ไซไฟกลิ่นอายยุค 80s

แม่สอด เมียวดี

มุมมองใหม่ๆ ของ แม่สอด-เมียวดี ผ่านทางด่านพรมแดน