แต่เดิมแล้วเรื่องอาการตื่นเต้นจากการที่ต้องออกมาแสดง หรือพูด ให้ผู้อื่นดูหรือรับชม หรือพูดอะไรให้ใครฟังนั้นไม่ใช่เรื่องน่ากังวลสำหรับคนทั่วๆ ไป หากว่าคุณ ไม่จำเป็นที่จะต้องออกมาแสดงหรือพูด ให้ใครรับชม แต่หากคุณลองคิดเล่นๆ ดูว่า หากในวันใดวันหนึ่งคุณจำเป็นต้องออกมาพูดออกมาแสดงบ้าง คุณจะสามารถทำมันออกมาได้ดีจริงหรือ? หรือจะออกมาแล้วเก้ๆ กังๆ แบบที่พลาดพลั้งมาแล้วมากมาย…

             แน่นอนว่า พอเกิดเหตุการณ์จริง ที่จู่ๆ ต้องออกมาแสดง มันก็คงไม่ง่าย เพราะใจคุณจะคิดอยู่แค่ว่าทำไงดี หรือไม่รู้จะพูด หรือทำอะไรออกมาดี เพราะผมก็เคยเป็นตอนสมัยที่ผมไม่เคยค้องออกมาพูดออกมาแสดงอะไรบ่อยๆ และในตอนนั้นผมก็คิดวิธีพูด วิธีแสดงขึ้นมาแบบง่ายๆ เร็วๆ เพราะไม่มีเวลามาเตรียมตัวอะไรมากมาย และคิดว่าคงทำได้ตามที่คิดนั้นแหละ ไม่มีปัญหาหรอก แต่ความเป็นจริง ไม่ มันไม่เป็นเช่นนั้น ไม่เป็นไปตามที่คิดไว้เลย.. คุณจะเริ่มจากเริ่มจากการจำสิ่งที่คุณคิดตอนแรกไม่ค่อยได้แล้วติดๆ ขัดๆ หรือไม่ก็คิดว่าเอ๊ะพูดออกไปแล้วมันจะแปลกๆ หรือไม่ เสียงและใจคุณจะเริ่มสั่นๆ เพราะความกลัว กลัวที่จะพลาด และมันก็จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ นั้นเป็นเหตุการณ์จริงที่ผมเคยได้พบเจอและผมก็คิดย้อนกลับไป มันเกิดขึ้นเพราะพลาดอะไรไปบ้าง เพื่อที่จะไม่ซ้ำซ้อนรอยเดิม มาดู แก้ปัญหาอาการตื่นเต้น

 

  1. เริ่มจากไม่การผ่อนคลายก่อนออกมาพูดหรือแสดง

             แน่นอนว่า แค่การคิดว่า “ไม่เป็นไรหรอกๆ” หรือ “ไม่มีอะไรหรอก” มันไม่ช่วยให้คุณผ่อนคลายขึ้นจริงซักเท่าไหร่หรอก มันคล้ายกับการหลอกตัวเอง ทั้งที่รู้อยู่ว่า “มันน่าจะแย่แน่ๆ” สิ่งที่คุณควรทำจริงๆแล้วคือ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องแคร์อะไรนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของการที่คุณต้องออกมาพูด แล้วปล่อยตัวไปตามสบาย ที่เหลือนอกจากเป้าหมายก็คิดแค่ว่า ”ช่างมัน” ไม่ต้องไปคิดอะไรเกี่ยวกับมันมาก แก้ปัญหาอาการตื่นเต้น นี้คุณแค่ต้องคิดว่าผลลัพท์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ “ช่างมัน” เพราะเนื่องจากมันไม่ใช่สิ่งที่คุณจะคุมอะไรมันได้อยู่แล้วในเรื่องบางเรื่อง ดังนั้นช่างมันแล้วสนุกไปกับมันเถอะ ถึงแม้ผลลัพท์จะออกมาเป็นอย่างไรดีไม่ดี คุณก็ทำได้แค่ค่อยมาปรับแก้กันได้ในคราวหน้าอยู่แล้ว.. แต่หากยังไม่สบายใจพอก็ลองหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆถอนหายใจออกมาซักหน่อย ก็ช่วยได้ไม่น้อย และหากยังไม่พออีก คุณก็อาจจะแค่เพิ่มโพยเล็กๆ น้อยๆ เพื่อความอุ่นใจเพิ่มขึ้นมาอีกก็ยังได้ เพราะอย่างน้อยมันก็ช่วยให้คุณสบายใจขึ้น และตอนที่เตรียมโพยก็เป็นการซ้อมทางอ้อมอีกด้วย

 

  1. หาเวลาเตรียมความรู้ ความเข้าใจให้ดีในสิ่งที่ต้องออกมาพูด ออกมาแสดง

             แน่นอนว่าแค่การผ่อนคลายหรือเตรียมใจที่ดี มันไม่เพียงพอ เพราะเนื่องจากการออกมาพูดออกมาแสดง เครื่องมือที่พร้อมและดี ก็จำเป็นและสำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากจู่ๆ เกิดเหตุการณ์ที่ต้องตอบ ต้องสนองอะไรง่ายๆ เวลามีคนร้องขอ คุณคงจะรู้สึกแย่และเป็นตราบาปในใจไปซักพักเลยละ หากไม่สามารถที่จะทำมันได้ ดังนั้น การเตรียมความรู้ก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมากเช่นกัน แต่หากว่า มีการร้องขออะไรที่ค่อนข้างยากหรือ ที่ยุ่งยากเกินไป คุณก็เตรียมหาทางแสดงให้มันออกมาสนุกดีได้ก็พอ หากไม่สามารถทำมันออกมาให้ได้ดีจริงๆ

             การที่คนมาดูคุณแสดง เค้าต้องการได้อะไรบางอย่างจากคุณอยู่แล้วแน่นอน แต่..ทุกผู้ทุกคนก็ต้องการความสนุกอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้างั้นก็แค่หาทางเอาตัวรอดแบบสนุกๆ และสร้างสรรค์ เตรียมไว้บ้างก็พอ หากคุณไม่มีคำตอบที่ดีพอจริงๆ ในตอนนั้น (แต่ถ้าทั้งดีและสนุกก็คงจะดีไม่น้อย)

 

  1. จงซักซ้อมก่อนแสดงบ้าง

             การที่เราจะทำอะไรก็ตามให้ออกมาได้ดีได้ตั้งแต่ครั้งแรกโดยที่ไม่ได้ซ้อม หรือลองมาก่อนหน้านั้นมาบ้างนั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก แค่ฉากฉากนึงในหนังบางทีต้องซ้อมและถ่ายทำหลายรอบมาก แล้วหากไม่ซ้อมมาเลยความเสี่ยงที่มีก็คงจะไม่น้อย เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้ชำนาญการพูด การแสดงทุกคนนั้นพอจะทราบกันดีอยู่แล้ว ดังนั้นหากคุณอยากจะพูดหรือแสดงออกมาให้ดีจริงๆ นั้น ก็ควรต้องทำการซ้อมมาบ้างก่อนแสดงจริง เพื่อที่จะได้รู้ว่าควรปรับ

 

  1. หาอะไรที่สนุก และสร้างสรรค์รับชมก่อนแสดง

             การที่เราจะทำการพูด การแสดงออกมาให้ดี สนุกและสร้างสรรค์ได้นั้น เราก็ควรรู้จักมันให้ดีเสียก่อนที่จะแสดงออกมาเอง ในบางครั้งบางคราวเพื่อการแสดงที่ดีและสนุก การได้รับชมสิ่งเหล่านี้มาบ้างก็เป็นเรื่องดีไม่น้อย เป็นวิธีการเปิดมุมมองความคิดและวิสัยทัศทางด้านการสร้างความสนุกที่ได้ความสนุกไปในตัว และทำให้เวลาที่คุณต้องออกมาพูด ออกมาแสดงเอง คุณก็พร้อมที่จะมีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ไว้สร้างความสนุก และเซอร์ไพรซ์ให้ผู้รับชมของคุณเองได้อีกด้วย นับว่าเป็นไอเดียที่ดีไม่ใช่น้อย

 

  1. มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมบ้าง

             แน่นอนว่าการพูด การคุย การแสดงอะไรให้คนแปลกหน้ารับชมเป็นอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นและไม่เป็นกันเองมากกว่าการการพูด การคุย การแสดงกับคนที่รู้จักกัน หรือสนิทกันอยู่แล้วในรับดับนึง แต่หากเราพอจะแปรจากคนที่แปลกหน้าให้กลายเป็นคนที่คุ้นกันได้มากขึ้น ในระดับใกล้เคียงกับคนรู้จักกันอยู่แล้วล่ะ? เวลาที่ทำการพูด การแสดงจะได้รู้สึกเป็นกันเองไม่อึดอัด แน่นอน คุณทำได้ มันอยู่ที่มุมมองความคิดของคุณเองทั้งนั้น แค่ต้องหาอะไรสนุกๆ เล่นกับคนดูเบาๆ หรือให้คนดูทำอะไรซักอย่างขำๆ ในระดับที่เขายอมทำตามได้แน่ๆ ง่ายๆ ก็เช่นแค่ให้เค้าลองคิดตามในเรื่องขำๆ หรือสนุกๆ ก็เป็นความคิดที่ไม่เลว ซึ่งข้อแนะนำในเชิงปฏิบัติแบบคร่าวๆ ก็มีแค่คิดเทคนิคกันมาบ้างก่อนแสดง ส่วนเรื่องเทคนิคที่จะใช้ต้องคำนึงถึงกลุ่มผู้ชมให้ดี เนื่องจากคนแต่ละกลุ่มนั้นไม่เหมือนกัน หากจะใช้เหมือนกันหมดคงเป็นไปได้ยาก และโอกาสที่จะไปได้ไม่สวยก็คงมีเยอะหากไม่เตรียมการมาบ้างให้ดี

 

  1. เลี่ยงคาเฟอีน

             ผมอยากจะเล่าย้อนกลับไปนิดนึงในสมัยที่ผมอายุยังน้อย สมัยนั้นผมเคยแสดงดนตรีกับเพื่อนถึง 2 ครั้ง และหนึ่งในครั้งนั้นผมต้องยอมรับเลยว่าพลาดมากและทำให้ผมจำไม่ลืมเลย เนื่องจากอะไรน่ะหรือ ก็เนื่องจากการที่ผมดื่มกาแฟเข้าไปในปริมาณที่มาก แล้วต้องออกไปแสดงดนตรีเป็นนักร้องนำ ในตอนนั้นผมออกไปแสดงโดยที่ รู้สึกตื่นเต้นมากทั้งที่พอจะรู้เทคนิคในการพูดการแสดงแล้ว แต่ไม่ได้เตรียมตัวรับมือในการเลี่ยงคาเฟอีน ในตอนนั้นผมตื่นเต้นมาก แม้จะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ตาม และมันทำให้น้ำเสียงผมสั่น ผมรู้สึกแย่มาก ทั้งที่ในการแสดงครั้งแรกก่อนที่จะมาแสดงในครั้งดังกล่าวนั้น ราบรื่นและมีผลตอบรับที่ดี ดังนั้นผมจึงอยากจะเตือนเลยว่า ให้เลี่ยงคาเฟอีนให้ได้มากที่สุด หากรู้ว่าจะต้องออกมาแสดงอะไรบางอย่างในวันนั้น เพราะมันอาจทำให้คุณเสียงสั่น ใจสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุ

  1. เตรียมบทที่จะพูดหรือจะแสดงให้ดี

             จริงๆ แล้วคุณอาจไม่รู้ตัวว่าสาเหตุที่คุณตื่นเวที บางครั้งก็อาจมาจากการที่คุณรู้สึกว่าบทพูดหรือแสดงที่คุณกำลังแสดงอยู่นั้นยังดีไม่พอหรือน่าเบื่อ คุณเลยเกิดอาการกล้าๆ กลัวๆ ขึ้นนั่นเอง และเหตุการณ์เหล่านี้จะหายไปหากคุณเตรียมการได้ดีและน่าสนุกยิ่งขึ้น โดยจะสังเกตได้จากผู้คนที่เข้าร่วมรับชม บทพูดหรือบทแสดงที่ดีจะทำให้คุณรู้สึกสนุกไปด้วยหากมันดีพอ และท้ายที่สุดบทจะดีแค่ไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับการที่คุณทำให้มันดีได้จริงไหมด้วย แล้วก็อย่าไปยึดติดกับมันมาก เพราะความเป็นธรรมชาติตามสถาณะการณ์ก็จำเป็นไม่แพ้กัน และหากเกิดเหตุการที่คุณเผลอลืมบทพูด คุณก็จะได้ไปต่อเองได้โดยไม่สะดุด

 

  1. ไม่ต้องสนใจข้อผิดพลาดจากในการพูด การแสดง ในขณะที่แสดงอยู่มากนัก

             คุณควรจะคำนึงไว้ เมื่อขึ้นแสดง หากคุณทำอะไรพลาดไปบ้าง ก็จงอย่าไปสน จงทำต่อไปแล้วคนดูก็จะแค่คิดว่าข้อผิดพลาดนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการพูด การแสดง ซึ่งจริงๆ แล้วคนดูนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าบางอย่างมันอาจไม่ถูกต้องนัก ดังนั้น จงอย่าเป็นกังวลไปเลยหากคุณลืมบทพูดบทแสดงไปในบางขณะ จงปรับไปตามสถานะการณ์ ใส่บทเข้าไปเองตามเหมาะสมได้เลยไม่จำเป็นต้องหยุดหรือสะดุด หรือยึดติดกับตัวบทที่เตรียมไว้เกินไป เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากอยู่แล้วที่จะจำบทที่เตรียมไว้ทั้งหมดได้ เช่นกัน ในหนังดัง ฉากที่แสดงออกมาได้ดีนั้นบางทีก็ไม่ใช่บทที่ถูกเตรียมไว้ แต่คุณไม่รู้หรอกเว้นเสียจากว่าเขาจะเฉลย แล้วทำไมคุณจะเองทำบ้างไม่ได้ละ? แค่ปิดตาข้างนึงแล้วลุยๆ มันไปก็พอ

 

             สุดท้ายนี้การพูด การแสดง การให้ออกมาได้ดี และแฝงด้วยความสนุกนั้นสำคัญที่สุด เพราะถ้าคนเราต้องการข้อมูลละเอียดจริงๆจังๆ ก็ควรจะไปหาข้อมูลตามแหล่งที่ละเอียดมากกว่าที่จะมาเข้าฟังการพูด การแสดงแบบสรุปๆ จากคนคนหนึ่งอยู่แล้ว จุดประสงค์การพูด การแสดง ส่วนมากจะเป็นการรับข้อมูลแบบรวบรัดและไม่น่าเบื่อเสียมากกว่า

 

ฝากติดตาม blog อื่นๆใน Happioteam ด้วยครับ
blog.happioteam.com

Facebook Comments

Cambodia Media Landscape 2022

LAOS Media Landscape 2022

Let’s talk with Happio’s CLMV Gen Y Staff on Business and Consumer Trends / Insights

Covid Vaccination Situations and Business Opportunities in the CLMV Countries

What Should Thai Brands Do in Myanmar After the COUP?

What Should Thai Brands Do in Myanmar After the COUP?

Myanmar Media Landscape 2021

Myanmar Media Landscape 2021