Digital detox เพิ่มประสิทธิผลชีวิต (Happy is simple)

เราเกิดในยุคที่ดีที่สุดตั้งแต่โลกเคยมีมาคุณเชื่อไหม เรามีชีวิตที่พร้อมมากกว่าบุคคลยิ่งใหญ่ในอดีตซะอีก ขณะที่เจ้าขุนมูลนายเมื่อก่อนมีคนรับใช้คอยเตรียมอาหารรอให้รับประทาน แต่ปัจจุบันเรามีบริการส่งอาหารแทบจะ 24 ชม. แถมมีตัวเลือกมากมาย เรียกว่าอยากกินอะไรก็ต้องได้กิน เราสามารถโต้ตอบกับคนที่เรารักได้ทันที ไม่เหมือนคนเมื่อก่อนที่ต้องรอคอยวันพบเจอหรือแม้แต่เรามีห้องน้ำที่สะอาดกว่ามาก และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเพียบพร้อม


ผมถึงบอกว่าเราอาจอยู่ในยุคสมัยที่ดีที่สุดที่โลกเคยมีมาเลยก็ได้

“ ทุกๆอย่างมันกำลังดีขึ้น
แต่ทำไมผมไม่รู้สึกอย่างนั้น ? ”

แต่ทำไมยิ่งผมใช้ชีวิตที่เพียบพร้อมแบบนี้มากเท่าไหร่ คุณเชื่อไหมว่า ผมกลับมีความสุขน้อยลง… ซึ่งมันสวนกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ในขณะที่ทุกๆอย่างดูเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เรากลับไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เราหงุดหงิดง่ายขึ้น เราเครียดมากขึ้น เราเศร้าบ่อยขึ้น ผมเชื่อว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่เป็นแบบนี้ ยังมีอีกหลายๆคนที่ใช้ชีวิตที่แสนวิเศษบนความสุขอันน้อยนิดเช่นผม ผมจึงเริ่มหาคำตอบให้กับตัวเอง และนำมันมาเผื่อพวกคุณด้วยนะ ^^

“ ค้นหาตัวการทำลายความสุขของเรา ”

สิ่งแรกที่ผมจับตัวทำลายความสุขได้ “เรารับรู้สิ่งที่ไม่จำเป็นมากเกินไป”

ในยุคของการสื่อสารข้อมูลจำนวนมากวิ่งผ่านเราไปในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น คลิปไวรัล เทรนต์ต่างๆ ข่าวดารา การประสบความสำเร็จ รวมถึงการใช้ชีวิต life style ของคนรอบข้าง ผมไม่ได้บอกว่าการเสพสิ่งเหล่านี้ไม่ดี มันดีมากๆ ที่เรามีโอกาสรับรู้ข่าวสารจำนวนมหาศาล แต่ผมแค่เกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่า เรารับรู้แล้ว เรานำข้อมูลเหล่านี้ไปทำอะไรบ้าง หรือรู้เพื่ออะไร รู้แล้วมีอะไรดีขึ้นไหม?

หลายๆครั้งที่เราให้ความสนใจกับเรื่องราวภายนอกมากเกินไป จนลืมสนใจเรื่องราวของตนเอง ผมจึงอยากจะชวนทุกคนทำ “Digital detox เพื่อเพิ่มประสิทธิผลชีวิต ฉบับคนเริ่มต้น” ก็คือวิธีพาตัวเองออกห่างจากสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียต่างๆ เป็นการพักใจ พักสมอง และเรียกคืนตัวเองกลับมา

“ Digital detox เป็นการบำบัดอาการเสพติดโลกดิจิตอลจนก่อให้เกิดความทุกข์ ”

  1. เริ่มที่กิจกรรมโปรด
    มองหากิจกรรมที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับ Digital อาจจะเป็น การอ่านหนังสือสบายๆสักเล่ม การเดินที่สวนสาธารณะ การทบทวนเป้าหมายตัวเองในสมุดโน้ต การนั่งสมาธิ การจิบชาชมทิวทัศน์แบบในภาพยนตร์ หรือแม้แต่การเดินไปจ่ายตลาดซื้อของ (การนอนไม่รวมเป็นกิจกรรมนะครับ)
  2. สร้างความต่อเนื่อง
    พยายามเพิ่มกิจกรรมพวกนี้เข้าไปเป็นกิจวัตร อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อยากให้ทำทุกสัปดาห์นะครับ อาจจะเริ่มจากกิจกรรมเล็กๆ เริ่มต้นจับเวลากิจกรรมละ 15 นาที 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง แล้วเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นก็ได้ครับ (Digital detox ไม่จำเป็นต้องหยุดพักเป็นสัปดาห์ๆ หรือเป็นเดือน เพราะในความเป็นจริงเราทำได้ยากมาก)
  3. แพร่กระจายสู่คนอื่น
    รักษามาตรฐานไว้ แล้วค่อยๆขยายเวลาในการ Detox หรือเชิญชวนเพื่อนสนิทมาร่วมกันทำ Digital detox ก็ดีนะครับ เราจะได้ใช้เวลาคุณภาพกับบุคคลจริงๆมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดกิจกรรม หรือสังคมดีเพิ่มขึ้นอีกในชีวิต แล้วคุณอาจจะเสพติดการ Digital detox ไปเลยก็ได้นะครับ

“ ประสิทธิผลชีวิต = ความต้องการจริงๆ ของชีวิต ”

จากการทำ Digital detox คุณจะได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ฟุ้งซ่านน้อยลง เปรียบเทียบกับคนอื่นน้อยลง มองเห็นสิ่งต่างๆ ในสายตาของคุณเองไม่ใช่ของสังคม คุณจะได้เริ่มใช้ชีวิตในสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆมากขึ้น เพราะสมองของคนเราถูกออกแบบมาให้โฟกัสได้ทีละหนึ่งอย่าง หากคุณสนใจสิ่งรอบข้างน้อยลงได้เท่าไหร่ คุณก็จะสนใจชีวิตของตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น หากคุณได้ Detox ความคิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวคุณอยู่เสมอคุณจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอย่างแน่นอน ซึ่งนั้นแหล่ะผมเรียกว่าการเพิ่มประสิทธิผลของชีวิต

“ ผมชอบที่จะทำ Digital Detox ทุกๆ วันเสาร์
คู่กับการประเมินตัวเอง ”

ส่วนตัวผม ผมจะชอบทำ Digital detox ทุกๆ วันเสาร์ครับ เพราะเป็นวันหยุดวันแรกของการทำงานมาอย่างหนักตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ และไม่ต้องกังวลถึงวันพรุ่งนี้ เพราะพรุ่งนี้ก็คือวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดเหมือนกัน ผมมักจะเลือกเวลาทำในช่วงบ่าย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งของผมจะแบ่งช่วงแรกสัก 10 นาที ในการเริ่มอ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม เพราะผมรู้สึกว่าการอ่านหนังสือช่วยทำให้ผมมีสมาธิมากขึ้น และพร้อมกับการใช้เวลา 20 นาทีที่เหลืออยู่กับตัวเอง ในการคุยและทบทวนกับตัวเองผ่านสมุด เขียนสิ่งต่างๆ ที่คิดลงไป การเขียนหรือวาดมันช่วยให้สมองและสติของเราจดจ่ออยู่กับสิ่งๆ นั้น เนื้อหาประมาณว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง และจะทำอะไรเพิ่มต่อไป เป็นเหมือนการประเมินชีวิตตัวเองรายสัปดาห์แหล่ะครับ การทำ Digital detox เป็นประจำ จะทำให้คุณเป็นคนที่เริ่มคิดช้าลง แต่คิดตรงประเด็นและถี่ถ้วนมากขึ้น ซึ่งคุณจะเริ่มสัมผัสกับความรู้สึก และความต้องการจริงๆ ของตัวเอง คุณจะใช้ชีวิตแบบมีเข็มทิศของคุณ ไม่ใช่ของสังคมหรือคนรอบข้าง

“ ทิศทางสำคัญกว่าความเร็วเสมอ ”

สุดท้ายนี้ผมอยากให้คุณ เริ่มลงมือเลยนะครับ Digital detox ไม่ได้สำคัญที่วิธีการ แต่เป็นการปฏิบัติ ถ้ายังคิดกิจกรรมไม่ออกว่าจะทำอะไร อาจลองเริ่มคุยกับตัวเองก็ได้ครับ ลองตั้งคำถามถามตัวเองดูว่า “ชีวิตเรารีบเร่งเกินไปหรือเปล่า” ลองเริ่มตั้งเวลาดูครับ อาจเริ่มจากทีละน้อยๆ ก่อนก็ได้ คุณจะได้รู้ว่าคุณได้ทำกระบวนการ Detox เป็นเวลาเท่าไหร่ แล้วคว่ำโทรศัพท์เลยนะครับ เอาไปวางไว้ไกลๆ ให้หมดห่วงเรื่องโทรศัพท์ไปเลย ห้ามไปจับจนกว่าเสียงเตือนหมดเวลาจะดัง ให้คุณใช้เวลาที่มีนั้นคุยกับตัวเองให้จบ ระหว่างที่คุณกำลังอยู่กับตัวเองนั้น คุณอาจจะพบคำตอบที่คุณกำลังหาอยู่ทั้งชีวิตอยู่ก็เป็นได้นะครับ ใครจะรู้

“ ชีวิตของเราเร่งรีบเกินไปหรือเปล่า
บางทีจะเร็วกลับช้านะครับ ”

 

 

สามารถติดต่อเรา เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับ
Marketing, Design, Web และ Application ได้ที่
  Call Us   Messenger