ปีนี้โลก IT ขยับตัวกันไวมากเลยนะครับ ลองคิดดูว่าปีที่แล้วเรายังตื่นเต้นกับที่ AlphaGo ไล่ล้มยักษ์ ล้มเซียนโกะระดับโลกมากมายเพื่อยืนยันถึงประสิทธิภาพของ AI แบบโหดสุดๆ (จริงๆก็ต้องพูดถึง Machine Learning และ Neutral Network ด้วยละนะ) โดยทั้งหมดทั้งมวลนี้ค่อนข้างเป็นความเห็นส่วนตัวของ Happio Dev Team นะครับ อาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริง 🙂

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ข้อนึงคือเทคโลโนยีพวกนี้มันใช้ทุนค่อนข้างสูง จึงไม่แพร่หลายเท่าที่ควรจะเป็น ลองดูตารางด้านล่างซึ่งเป็น Specification ของ AlphaGo จะเห็นได้ว่าอลังแค่ไหนครับ
alphazero spec
ค่าตัวน้อง AlphaZero ประมาณ 25 ล้านดอลลาร์เองจ้ะ

AI ที่จับต้องได้มากขึ้น และใช้กันแพร่หลายมากขึ้น

เอ้อ นี่เราใช้ AI ในชีวิตประจำวันกันโดยแทบจะไม่รู้สึกแล้วนะครับ รู้ตัวหรือเปล่า 🙂 มันเนียนตาเนียนใจจนเราแทบไม่รู้แล้วล่ะครับว่าหลายๆเทคโนโลยีที่เราใช้ในทุกวันนี้นั้นมีเบื้องหลังเป็น AI เทพๆมาช่วยทั้งนั้นเลย

ด้วยประสิทธิภาพขั้นเทพเปอร์ซิอุส 123 ของ Neutral Network และ Deep Learning ทำให้ AI ยุคใหม่ๆเก่งขึ้นเยอะเลยล่ะครับ เช่นนำ Deepmind ที่สามารถเล่นเกมยากๆอย่างพวก Starcraft ได้ดีขึ้น รวมไปถึงที่ทาง OpenAI ได้พัฒนาบอทที่โหดมากๆ จนชนะผู้เล่นอันดับท๊อปๆ ของโลกแบบตัวต่อตัวได้เลยทีเดียว

แต่ก็ใช่ว่า AI ที่ว่ามาจะสมบูรณ์แบบนะครับ อย่างเช่นตัว OpenAI ที่เก่งมากๆ ในการสู้แบบตัวต่อตัวนี้ ก็พ่ายแพ้เละเทะเมื่อเจอการเล่นแบบเป็นทีมมาตรฐาน 5–5 อย่างไม่มีทางสู้ได้เลย แต่จากบทความนี้ OpenAI นั้นได้ถูกพัฒนาจนสามารถแข่งเกม Moba แบบเป็นทีม 5–5 ได้แล้ว และทำการแข่งขันภายในปี 2018 นี่ละครับ 🙂

not that IT,just AI meme
ตัวอย่าง AI ขั้นเทพ ดะ..เดี๋ยวๆ

เราเข้าสู่ยุคของ Cashless กันในระดับนึงแล้วนะ

ไทยแลนด์แดนธรรมะของเรานี้ก็เริ่มจะเข้าสู่สังคม Cashless Society มากขึ้นเรื่อยๆ (ถึงผู้เขียนจะเข้าสังคมนี้มานานแล้ว Cashless every end of the month แฮ่! ได้ 1 ฮา) ทั้งการเพิ่ม QR เข้ามาในช่องทางการชำระเงินต่างๆ ทั้ง API จ่ายเงินมาตรฐานจาก BOT เองทำให้มาตรฐานการชำระเงินและช่องการชำระมันหลากหลายและใช้งานได้จริงมากขึ้น ไม่รวมถึงพวก App ต่างๆที่ตอนนี้นิยมทำ Wallet ในตัวเพื่อเพิ่มช่องทางการชำระเงินเช่น Grab เป็นต้น

cashless IT joke

AR ก็ยังไม่ป็อบอย่างที่มันควรจะเป็นซักที

ถึงแม้ Apple เจ้าแห่งความแมสจะทำการผลักดัน AR มาพร้อมกับ iPhone X อันสุดหวือหวา 🙂 แต่สุดท้ายยังไงมันก็ยังไม่แมสมากไปกว่าเดิมเท่าไหร่ สงสัยอาจจะต้องรอให้มันใช้ได้ “จริง” กว่านี้หน่อยละมั้งครับ

เคสนึงที่ผมเห็นคือ Feature AR ในเกมอย่าง Pokemon Go เนี่ย สุดท้ายจริงๆก็แทบไม่เปิดเท่าไหร่ เพราะมันไม่ได้มีอะไรที่ดีขึ้นมากมาย แต่ก็เป็น Gimmick เท่ๆนะ 🙂

morpheus AR
เอาภาพไปซ้อนกันเฉยๆเรียกว่า AR ป่าวหว่า

การสั่งการด้วยเสียงคือหนทางที่ทุกคนวิ่งหา ปรับภาพและแนวทางของการทำ UI ไปเยอะเลยทีเดียว

ในงาน Google I/O 2018 ก็มี approach บางอย่างที่ผมเห็นแล้วค่อนข้างน่าสนุกคือ การที่นำ AI มาผสานเข้ากับชีวิตประจำวันให้เนียนขึ้น เช่นสามารถโทรไปจองร้านอาหารให้เราได้ (ถ้าเอาไปยืนจองคิวได้ด้วยคงจะดี 55) ฉีกข้อจำกัดเดิมๆที่มักจะเป็นแบบนี้

| คน (กดสั่งอาหาร) => ระบบ A (ได้รับคำสั่งและเรียก API ไปยังระบบ B) |==> ระบบ B (ได้รับคำสั่งผ่านทางการเรียกใช้งาน API แล้วจึงทำการจัดการ Order)

| คน (กดสั่งอาหาร) => ระบบ A (ได้รับคำสั่งและโทรไปยังระบบ/ร้าน B) |==> ระบบ/ร้าน B (ได้รับคำสั่งผ่านทางการเรียกใช้งาน API หรือ ได้รับสายที่โทรมาสั่งซื้อ แล้วจึงทำการจัดการ Order)

google ai appointment IT innovation
สวัสดีครับ ขอจองร้านโอ้กะจู๋สาขาสยามครับ…

IoT เริ่มแมสแล้วนะ

หัวข้อนี้จริงๆ อธิบายยากเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเพราะว่าจริงๆ มันไม่แมสขนาดนั้นหรือเปล่านะ แต่เราเห็น approach ได้จากฝั่งผู้ให้บริการอย่าง AIS และ True ที่ออกตัว IoT kit มาขายเพื่อกระตุ้นการใช้งานบ้างแล้ว แล้วเพื่อนๆผมที่ทำ IoT ช่วงนี้ก็ป็อบมากๆเลยล่ะ 🙂 

iot in IT world
To the infinity and beyond

ถัดจากนี้จะเป็นเรื่องของ  Software Development อาจจะยากนิดหน่อยนะครับ 🙂

React เก่งขึ้นมาก แต่ Vue กำลังป็อบสุดๆ

อันนี้เป็นที่ฮือฮาพอสมควรในแวดวง Developer นะครับ โดย Angular, React และ Vue เนี่ยถือว่าเป็นสามยอดขุนพลยุคปัจจุบันของแวดวงนักพัฒนาเว็บ ทั้งสามตัวก็มีจุดดีจุดด้อย รวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่หลายๆบริษัทมาหนุนหลังเหมือนกัน ในช่วงนี้นั้นถึงแม้โดยภาพรวมนั้น React Community ยังคงแข็งแกร่ง โปรเจคพี่น้องของ React เองก็แข็งแกร่งขึ้นเยอะเลยทีเดียว (ส่วนตัวปีนี้ชอบ Next.js นะครับ ใช้งานจริงได้แล้ว แจ๋วมาก) แต่ปีนี้ความร้อนแรงนั้นก็ยังต้องยกให้ Vue อยู่ดีครับ ทั้งกระแสที่ได้ “ดาว” ใน github เยอะกว่า React และเรื่องการพูดถึงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

it meme js dev comparing vuejs and react
ว่าพรือน่องซ้าววว

Golang 1.11 ออกแล้ว มี module ในตัวแล้วนะ port เป็น WebAssembly ได้ด้วย

จุดที่เป็นสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ๆอันนึงของ Go คือเรื่อง Dependency Management นี่ละ ซึ่งทางผมก็เอา Go Dep เข้ามาช่วยจัดการเรื่องนี้อยู่ ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็น่าจะพอพูดได้ว่าแนวทางน่าจะเป็นการนำเอา Go Module เข้ามาแทนที่เลยสำหรับโปรเจคใหม่ๆ นะครับ

เอาจริงๆปีนี้เราก็เริ่มรู้จัก WebAssembly กันมากขึ้นแล้ว ตัว Go 1.11 ที่พึ่งออกมาสดๆ ร้อนๆ ก็มี feature ที่สามารถแปลง code ที่เราเขียนไปเป็น WebAssembly ได้ด้วย

go dep changing
แย่ละ เลือกทางไหนดี